การอ่านร้อยแก้ว

                                 การอ่านร้อยแก้ว

               การอ่านออกเสียงร้อยแก้วให้ไพเราะน่าฟังนั้น ผู้อ่านจะต้องอ่านออกเสียงคำแต่ละคำได้ถูกต้องชัดเจน แบ่งวรรคตอนได้ถูกต้อง และมีอารมณ์สอดคล้องกับข้อความที่อ่าน การที่จะอ่านให้ได้ไพเราะน่าฟังนั้นต้องอาศัยการฝึกฝน และเรียนรู้หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ฝึกอ่านให้เคยชิน

          การอ่านออกเสียงเป็นการอ่านเพื่อการสื่อสาร เป็นการอ่านให้ผู้อื่นฟังเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่อ่าน ซึ่งอาจเป็นข้อความที่ผู้อ่านเขียนขึ้นเอง หรือข้อความที่ผู้อื่นเขียนขึ้นก็ได้ การอ่านจะต้องอ่านให้ชัดเจนออกเสียงถูกต้อง มีวรรคตอน โดยเฉพาะจะต้องเข้าใจเนื้อเรื่อง หรือข้อความที่อ่านอย่างดีจึงจะสามารถแบ่งวรรคตอนได้ถูกต้อง การอ่านออกเสียงบทร้อยแก้ว จะอ่านออกเสียงแบบธรรมดา เพื่อสื่อสารให้ผู้อื่นเข้าใจ

หลักการอ่านร้อยแก้ว มีดังนี้
1. อ่านให้น่าฟัง ผู้อ่านจะต้องลองซ้อมอ่านโดยอ่านในใจครั้งหนึ่งก่อน เพื่อให้รู้เรื่องราวที่อ่าน สามารถเข้าใจบทอ่านอย่างถูกต้องเพื่อจะได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่อ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องเข้าใจความหมายของคำถ้อยคำสำนวนที่อ่าน เข้าใจความคิดสำคัญของเรื่องที่อ่านจึงจะสามารถเว้นวรรคตอนการอ่านให้ถูกต้องตามเรื่องราว สามารถใช้น้ำเสียงได้ไพเราะน่าฟัง มีการเน้นถ้อยคำอย่างถูกต้องสัมพันธ์กับเนื้อเรื่อง และอ่านได้อย่างคล่องแคล่วราบรื่นไม่ตะกุกตะกัก

2. อ่านให้ถูกต้องตามอักขรวิธีหรืออ่านให้ถูกต้องตามความนิยม คำบางคำอ่านตามความนิยม ผู้อ่านจะต้องทราบหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการอ่านคำ ต้องหมั่นสังเกตการอ่านของผู้อื่น คำใดควรอ่านอย่างไรถ้าไม่แน่ใจควรใช้พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานช่วยตัดสินการอ่าน

3. อ่านให้ชัดเจน ได้แก่ อ่านออกเสียงพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์อย่างถูกต้อง เช่น การอ่านออกเสียง ร – ล หรือคำควบกล้ำชัดเจน การอ่านไม่ชัดเจนจะแสดงให้เห็นว่าผู้อ่านขาดความระมัดระวัง

4. อ่านมีจังหวะ แบ่งวรรคตอนถูกต้อง ภาษาไทยจะต้องเว้นวรรคตอนให้ถูกที่ ผู้อ่านต้องอ่านเรื่องนั้น ๆ ให้เข้าใจเสียก่อนเพื่อจะได้แบ่งวรรคตอนได้ถูกต้อง ฝึกการอ่าน ให้มีวรรคตอน ผู้อ่านอาจทำเครื่องหมาย / คั่นข้อความที่เว้นวรรค ถ้าผู้อ่านอ่านผิดวรรคตอน ย่อมทำให้ความหมายผิดไปด้วย เช่น
“ห้ามผู้หญิงนุ่งกางเกงในเวลาทำงาน” มีความหมายว่า — ในเวลาทำงานห้ามผู้หญิงนุ่งกางเกงมาทำงาน ถ้าเว้นวรรคตอนการอ่านผิดเป็นดังนี้ “ ห้ามผู้หญิงนุ่งกางเกงใน / เวลาทำงาน” ความหมายจะเปลี่ยนไป

5. อ่านให้คล่องแคล่ว ต้องอาศัยการฝึกฝนอยู่เสมอ เพื่อให้ไม่อ่านตะกุกตะกัก อ่านให้ต่อเนื่องกัน การอ่านให้คล่องแคล่วจะต้องรู้จักกวาดสายตาในการอ่าน ดังนี้
       1) การจับสายตาที่ตัวอักษร สายตาจะต้องเคลื่อนไปบนตัวอักษรบนบรรทัดจาก ซ้ายไปขวา โดยจับสายตาไปทีละจุด จุดละ 4-5 คำ เป็นระยะ ๆ ดังนี้
x…….x…….x…….x…….x…….x…….x…….x
        2) ช่วงสายตา หมายถึง จำนวนคำที่สายตากวาดไปบนตัวหนังสือทีละจุด ควร เป็น 4-5 คำ
        3) การอ่านย้อนกลับ บางคนอ่านแล้วต้องอ่านย้อนกลับเพื่อให้เกิดความเข้าใจ การอ่านย้อนกลับทำให้อ่านได้ช้า

การอ่านได้คล่องแคล่วต้องฝึกอ่านโดยจับสายตาบนตัวหนังสือเป็นช่วง ๆ ดังกล่าว และต้องอ่านอย่างมีสมาธิจึงจะอ่านได้รวดเร็วสนใจ และเข้าใจเรื่องราวที่อ่าน สามารถรับสารได้อย่างถูกต้องครบถ้วน

ที่มา: ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) โรงเรียนมงคลวิทยา

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

%d bloggers like this: