“โยคะเด็ก”พัฒนาสติ ฝึกอารมณ์-สร้างสมอง

                                                                                                                              

                                        “โยคะเด็ก”พัฒนาสติ ฝึกอารมณ์-สร้างสมอง

        คุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่เคยสงสัยไหมว่าทำไมลูกของเราถึงไม่ค่อยเชื่อฟังและปฏิบัติตาม ในสิ่งที่เราพูด บางครั้งก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ หลายครั้งที่เหมือนสมาธิสั้นและมีอัตราความซนในระดับปราบเซียน

“โยคะเด็ก” เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่กำลังอยู่ในความสนใจของคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

         เมื่อเด็กๆ ได้รับการดูแลสุขภาพและโภชนาการอย่างเหมาะสม ย่อมส่งผลให้มีพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและอารมณ์ที่สมวัย ส่งผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข “โครงการคาซ่า เฮอร์บาไลฟ์” โดยเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ไทยแลนด์ ลิมิเต็ด ร่วมกับมูลนิธิเด็ก จัดกิจกรรม “ฝึกอารมณ์ พัฒนาสติ สร้างสมาธิด้วยโยคะเด็ก” มาแบ่งปันให้กับพ่อแม่ ใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกับลูกๆ

       การปราบเด็กซนให้นิ่งและสงบ ด้วยวิธีฝึกการหายใจ คือ หายใจเข้าจนท้องพองออก และหายใจออกจนท้องแฟบ ซึ่งนอกจากเด็กๆ จะได้พัฒนาสติแล้ว ยังทำให้ออกซิเจนถูกลำเลียงไปเลี้ยงร่างกายในทุกส่วนอย่างเพียงพอ ทำให้สดชื่นแจ่มใส และพร้อมเปิดใจรับกับการเรียนรู้ใหม่ๆ การปลูกฝังจริยธรรม เสริมสร้างจินตนาการ ด้วยนิทานกับการฝึกโยคะ การใช้นิทาน เกม หรือเพลง มาเป็นเครื่องมือดึงดูดให้เด็กๆ ได้ทำท่าโยคะตั้งแต่ต้นจนจบจึงเป็นสิ่งสำคัญ

       โยคะท่าต่างๆ เช่น “ท่าต้นไม้” ช่วยเรื่องการทรงตัวและเสริมสร้างความคล่องแคล่วในการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยให้เด็กนั่งยองๆ สมมติตัวเองเป็นเมล็ดพืชที่ถูกฝังอยู่ในพื้นดิน เมื่อฝนเริ่มตก น้ำฝนเริ่มเข้าสู่เมล็ด พระอาทิตย์ส่องแสงมาทำให้เมล็ดเริ่มออกราก และในขณะที่ต้นไม้เริ่มโตขึ้น เด็กๆ ก็จะเริ่มยืนขึ้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งยืดและเขย่งเท้าในขณะที่มือชูขึ้นไปรับแสงแดด และชูนิ้วกางออกเพื่อเป็นใบ

      โยคะ “ท่าเต่า” ท่านี้จะช่วยยืดกระดูกข้อต่อสันหลัง โดยสอนให้เด็กๆ นั่งคุกเข่าบนส้นเท้า ประกบมือขึ้นเหนือศีรษะเหมือนกับการพนมมือ แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงมาด้านหน้าพร้อมกับวางมือจรดบนพื้น

       “โยคะสำหรับเด็ก” เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมสายสัมพันธ์ของครอบครัว ผ่านการสัมผัสด้วยความรักและความอบอุ่น อาทิ การโอบกอด อุ้ม จับมือ ประคองตัวอย่างอ่อนโยน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กๆ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทุกการสัมผัส เด็กๆ รับรู้ได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด การสัมผัสในลักษณะนี้จะช่วยกระตุ้นให้สมองสร้างฮอร์โมนที่สำคัญ รวมถึงสร้างเส้นใยประสาทขึ้นมากมาย ก่อให้เกิดพัฒนาการทางสมองและสติปัญญาในที่สุด

       การฝึกให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเองอย่างมีสติด้วยการฝึกกำหนดลมหายใจ “การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ” จึงเปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันชั้นเยี่ยม เพื่อการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

ที่มา   นสพ.ข่าวสด

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: