รอยเลื่อนในอุตรดิตถ์ มีพลังที่อาจทำให้เกิดแผ่นดินไหว

                                                                                     

       การศึกษาเบื้องต้นของกลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ (น้ำปาด)บริเวณโครงการเขื่อนแควน้อย จังหวัดพิษณุโลก

“โครงการเขื่อนแควน้อย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ” ดำเนินการโดยกรมชลประทาน เป็นโครงการอ่างเก็บน้ำเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ด้วยปริมาณกักเก็บน้ำสูงสุด 769 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยสร้างเป็นเขื่อนปิดกั้นลำน้ำแควน้อยที่บ้านปากพาน อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก จัดว่าเป็นเขื่อนกักเก็บน้ำขนาดใหญ่ซึ่งต้องคำนึงถึงว่า ณ ตำแหน่งที่ตั้งของเขื่อนมีรอยเลื่อนมีพลัง (Active fault) พาดผ่านหรือไม่ และในพื้นที่โดยรอบมีรอยเลื่อนมีพลังปรากฏอยู่ที่ใดบ้างที่เป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวที่อาจจะมีผลกระทบกับตัวเขื่อนได้

        ธรณีวิทยาของที่ตั้งของเขื่อนแควน้อยประกอบด้วยหินทรายสีน้ำตาลแดงเนื้อละเอียดของหมวดหินสัวขรัวที่แผ่กระจายในช่วงล่างติดลำน้ำแควน้อยในปัจจุบัน และหินทรายสีขาวเม็ดหยาบเนื้อแน่นแข็งของหมวดหินพระวิหารที่วางตัวอยู่ในส่วนล่าง หินทั้งสองหมวดมีการเรียงตัวของชั้นหินค่อนข้างอยู่ในแนวราบ

        จากการแปลความหมายของข้อมูลดาวเทียม Landsat 7 ETM+ ภาพถ่ายทางอากาศ และการสำรวจภาคสนาม มีหลักฐานชัดเจนว่า กลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางทิศเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร ใกล้ อำเภอทองแสนขัน เกิดจากกระบวนการแปรสัณฐานยุคใหม่ (Neotectonics) ที่แสดงแนวโครงสร้างในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ และทำให้ภูมิทัศน์ของพื้นที่บริเวณรอยต่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลกนี้ ปรากฏมีดัชนีธรณีสัณฐานที่บ่งชี้ถึงความใหม่ของรอยเลื่อน และยังคงสภาพอยู่ถึงปัจจุบันตลอดแนวความยาวของเขตรอยเลื่อนนี้มักประกอบด้วย หน้าตัดสามเหลี่ยม ทางน้ำเบี่ยงแนว ผารอยเลื่อน สันขวางกั้น และแนวทางน้ำเส้นตรง โดยพบว่ารอยเลื่อนกลุ่มนี้เป็นรอยเลื่อนตามขวาง (Transverse fault) และเป็นรอยเลื่อนเหลื่อมข้าง (Transcurrent fault)

         การศึกษาเบื้องต้นของกลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ในบริเวณรอยต่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดพิษณุโลก  ประกอบด้วย 14 รอยเลื่อน คือ รอยเลื่อนพิชัย (มีความยาว 5.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนด่านขุนโนน (12 กิโลเมตร) รอยเลื่อนปางหมิ่น (5.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนโคกงาม (4 กิโลเมตร) รอยเลื่อนขุนลาด (11 กิโลเมตร) รอยเลื่อนวังเบน (5.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนชี้ฟ้า (5.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนท่าหนอง (8.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนหนองบอน (2.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนหนองลวก (8.5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนท่าแกง (5 กิโลเมตร) รอยเลื่อนมะเกลือ (10 กิโลเมตร) รอยเลื่อนไผ่ล้อม (10 กิโลเมตร) และรอยเลื่อนน้ำมืด (19 กิโลเมตร) จัดเป็นรอยเลื่อนที่มีแนวโน้มการเคลื่อนตัวได้อีก (Potentially Active Fault) โดยรอยเลื่อนปางหมิ่นเป็นรอยเลื่อนที่คาดว่ามีการขยับเคลื่อนตัวครั้งหลังสุดในกลุ่มรอยเลื่อนอุตรดิตถ์ จากหลักฐานทางธรณีสัณฐานที่ปรากฏชัดเจนที่สุดในปัจจุบัน และสามารถประเมินขนาดแผ่นดินไหวที่เคยเกิดมาแล้วในอดีตได้ขนาด 5.9 ริกเตอร์

          บริเวณฝั่งขวาของเขื่อนแควน้อยหรือด้านตะวันออกของลำน้ำแควน้อย มีแนวรอยเลื่อนทิศตะวันตกเฉียงเหนือ-ตะวันออกเฉียงใต้ วางตัวขนานกับแนวแกนคดโค้งของชั้นหินโดยเกิดขึ้นจากกระบวนการแปรสัณฐานยุคเทียร์เซียตอนต้น หลังจากนั้นถึงได้มีกระบวนการแปรสัณฐานยุคใหม่เข้ามากระทำในพื้นนี้ทำให้ได้รอยเลื่อนเหลื่อมข้างซ้ายในทิศตะวันออกเฉียงเหนือ-ตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งสามารถสรุปในเบื้องต้นได้ว่ารอยเลื่อน ณ บริเวณแกนเขื่อนแควน้อยนี้เป็นรอยเลื่อนเก่า (Inactive fault) ที่ไม่ส่งผลให้แกนเขื่อนมีการเคลื่อนตัว แต่มีผลต่อการกักเก็บน้ำเนื่องจากน้ำในอ่างสามารถรั่วซึมตามแนวรอยเลื่อนนี้ได้ ซึ่งป้องกันและแก้ปัญหาด้วยการอัดฉีดน้ำปูนลงไปประสานรอยเลื่อนให้เป็นผนังทึบกั้นน้ำได้

สุวิทย์ โคสุวรรณ และประดิษฐ์ นูเล

กรมทรัพยากรธรณี (2546) 
ที่มา http://www.dmr.go.th/geohazard/earthquake/UttaraditFault.htm

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: